You are currently viewing ราชินีผู้อื้อฉาว พระนางมารีอังตัวเน็ต

ราชินีผู้อื้อฉาว พระนางมารีอังตัวเน็ต

  • Post author:
  • Post category:Blog

ในสมัยอดีตฝรั่งเศสนั้นก็มีการปกครองแบบราชาสมบูรณาญาสิทธิราชย์เช่นเดียวกันกับประเทศไทย แต่ได้มีการลุกขึ้นมาปฏิวัติจนกลายเป็นระบบประธานาธิบดีเป็นหลักอย่างในปัจจุบันนี้ และราชินีองค์สุดท้ายของราชวงศ์ฝรั่งเศสนั่นก็คือพระนางมารีอังตัวเน็ตนั่นเอง ที่เรากล่าวว่านางเป็นพระ ราชินีผู้อื้อฉาว นั้นเนื่องจากพระนางมีเรื่องราวมากมายให้เล่าขานในสมัยที่พระนางยังครองราชย์อยู่ เป็นที่เล่าขานกันมาว่าพระนางนั้นมีนิสัยที่ไม่ดีเอาแต่ใจและเป็นที่หนึ่งในเรื่องของความหรูหราฟู่ฟ่าฟุ่มเฟือยไม่สนใจประชาชนที่กำลังลำบากยากแค้น และมีคำพูดพี่เป็นตัวจุดประเด็นของสงครามให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาปฏิวัตินั่นคือคำพูดที่ว่า หากไม่มีขนมปังกินก็ให้ไปกินเค้ก จนในที่สุดหลังการปฏิวัติพระนางก็ถูกจับประหารอย่างน่าสยดสยองด้วยกิโยติน ส่วนเรื่องราวเหล่านี้นั้นจะเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหนเรามาศึกษากัน

ราชินีผู้อื้อฉาว กับเส้นทางการเป็นราชินี

พระนางมารีอังตัวเน็ตนั้นเกิดจากราชวงศ์กษัตริย์ของออสเตรียไม่ใช่ฝรั่งเศส แต่พระนางได้ถูกสู่ขอให้เป็นพระราชินีในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ออสเตรียไปช่วยฝรั่งเศสด้านการออกรบกับประเทศอังกฤษยาวนานถึงเจ็ดปีท่านจักรพรรดินีผู้เป็นพระมารดาของพระนางอังรีมาตัวเน็ตจึงได้ขอสู่ขอ หมายหมั้นกับทายาทของฝรั่งเศสในขณะนั้น โดยในตอนแรกนั้นมีการคัดค้านมากมายแต่สุดท้ายก็ได้จัดขึ้นจนได้เนื่องจากในสมัยนั้นฝรั่งเศสและออสเตรียเป็นปฏิปักษ์ต่อกันจึงได้หวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการปรองดองระหว่างทั้งสองประเทศได้ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์เพื่อรักษาอำนาจในยุโรป โดยพระนางถูกสู่ขอเมื่ออายุเพียงเจ็ดปีและได้แต่งงานเมื่ออายุสิบห้าปี และเมื่อมีการอภิเษกสมรสกันไม่นานเมื่อพระนางอายุสิบเก้าปีพระเจ้าหลุยส์ที่16 ก็สืบทอดราชบัลลังก์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ตั้งแต่เริ่มแรกในการที่พระนางเข้าไปอยู่ในราชวงศ์ฝรั่งเศสนั้นก็ต้องมีการปรับตัวมากมายในเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆและยังมีปัญหาภายในที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชนชั้นสูงนั่นคือเรื่องแบ่งพรรคแบ่งพวกและความอิจฉาริษยาความเกลียดชัง พระนางก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแบบนั้นและเต็มไปด้วยความหรูหราฟุ่มเฟือยแบบไม่สนใจการเมืองและประชาชนจนทำให้ประชาชนไม่พอใจและเสื่อมศรัทธา

การปฏิวัติราชวงศ์ฝรั่งเศส

ในอดีตนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่มีการสร้างพระราชวังแวร์ซายซึ่งเป็นศิลปะวัฒนธรรมชั้นสูงเพื่อส่งเสริมในด้านของศิลปะและวัฒนธรรมของฝรั่งเศส แต่ในหมู่ประชาชนกลับมองว่าเป็นเพียงความฟุ้งเฟ้อในหมู่ของชนชั้นสูงเท่านั้น เงินและทรัพย์สินในท้องพระคลังถูกนำออกมาใช้เพื่อสร้างพระราชวังแวร์ซายจนประเทศแทบจะล้มละลายทำให้มีความคลางแคลงใจอยู่ภายในใจของประชาชนชาวฝรั่งเศสมาตลอดจนในที่สุดก็ได้เกิดการปฏิวัติขึ้นตลอดช่วงปีค.ศ.1789-1793 โดยราชวงศ์ได้ถูกขับไล่ออกจากพระราชวังแวร์ซายทั้งหมดและพิพากษาให้เป็นกบฏนำไปสู่การตัดสินประหารชีวิตด้วยกิโยติน พระนางมารีอังตัวเน็ต ก็เป็นหนึ่งในนั้น พระนางก็ได้จบชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าไม่แคร์ใคร และยังไม่สนใจแม้กระทั่งในตอนที่พระนางกำลังจะถูกประหารแล้วก็ตาม และปฏิเสธที่จะสารภาพบาปกับบาทหลวงก่อนที่จะถูกประหารชีวิตอีกด้วย

คาสิโนออนไลน์ w88 ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร (https://www.w88w88.me/)